ธาตุจัดเรียงตาม s, p, d, and f จะมีธาตุเพียง 120 ธาตุเท่านั้น
และธาตุจะไม่มีชั้น g(18) เพราะขัดกับกฎของ 8 และกฎ 1.3.8
บันทึกความคิดและจินตนาการ จากเรื่องราวส่วนตัว สิ่งที่พบเห็น ประสบการณ์ และจากการอ่านหนังสือ โดย นายวัลลภ ธรรมรักษา สงขลา ประเทศไทย pudalay7000@gmail.com, pudalay7000@yahoo.com, pudalay7000@hotmail.com
ธาตุจัดเรียงตาม s, p, d, and f จะมีธาตุเพียง 120 ธาตุเท่านั้น
และธาตุจะไม่มีชั้น g(18) เพราะขัดกับกฎของ 8 และกฎ 1.3.8
Beta decay
หาก"จำลอง" การสปิน(spin) ของ electron และ positron ใน beta decay ให้ดำเนินไปตามไดอะแกรม(ตามรูป) จะได้ว่า
1.negative beta decay (W-)
คือ neutron > สู่ proton
d จะปลดปล่อย electron ตาม d(-⅓) คือ ประจุลบ
นั่นคือ d(-⅓) จะต้องปลดปล่อย W-
จะได้ว่า
d-(-w-)= -1/3 - (-3/3)
= +2/3 หรือ u
คือ จาก d กลายมาเป็น u โดยการปลดปล่อย W- และ W- ก็ปลดปล่อย electron(-3/3=-1) ซึ่งสปินซ้าย
และ Antineutrino(เส้ประสีน้ำเงิน) จะต้องสปินขวา เพื่อเติมเต็ม d(-⅓) ไปสู่ u(+⅔)
จากการทดลอง
พบว่า electron และ neutrino สปิน(spin)ซ้าย ส่วน positron และ antineutrino สปินขวาเสมอ
ซึ่งพ้องต้องกันกับไดอะแกรมนี้
การสปินซ้ายของ lepton และ antilepton สปินขวา มีเหตุผลประกอบ 2 ข้อ
1.เติมเต็ม (complementary) คือ netrino/antineutrino จะดำเนินการให้ครบส่วนของทั้งหมดของวงกลม (คือเส้นประสีน้ำเงินในกรณีของ negative beta decay
และเส้นประสีม่วงในกรณีของ positive beta decay)
2.เป็นกุญแจถอดรหัส ซึ่ง neutrino/antineutrino จะตรงหมุนทิศทางตรงข้ามกับ lepton/antilepton ที่ปลดปล่อยออกมา คล้ายใบพัดลมที่หมุนขวา ซึ่งต้องมีน็อตหมุนซ้ายเสมอ เพื่อล็อคไว้มิให้ใบพัดหลุดออกมา
ดังนั้น neutrino/antineutrino อุปมาคล้ายกุญแจหรือน็อตที่ประกบคู่กับ positron/electron ซึ่ง neutrino จะมีปฏิกิริยากับแรงนิวเคลียร์อ่อนเท่านั้น มันจึงเป็นกุญแจดอกสำคัญใน beta decay
ใน Positive beta decay ก็ทำนองเดียวกัน
คือจาก proton > neutron
แล้ว u จะปลดปล่อย positron ตาม u(+⅔) คือ ประจุบวก
นั่นคือ u(+⅔) จะต้องปลดปล่อย W+
ส่วน neutrino(เส้นประสีม่วง) จะเติมเต็ม u(+⅔) ไปสู่ d(-⅓)
ส่วนในจักรวาลปฏิสสาร(the Antimatter universe)
จะดำเนินในทิศทางตรงข้ามกัน
คือ electron สปินขวา และ neutrino สปินขวา
ส่วน positron และ antineutrino สปินซ้าย
คือ กฎแห่งเอกภพ(The Cosmic Law)
ดังนั้นในจักรวาลสสาร(the matter universe) กระบวนการของ Beta dacay
จะมีแต่ electron และ neutrino สปินซ้ายเท่านั้น.
The pyramids decoded : Transformations of a unit circle
a=πh/2
where a= base length, and h=height
a=L=απh/180
where L=arc length, α is in degree
https://youtu.be/qvcve_tj8Xk
สภาพปัญหา
|
ระบบรัฐสภา(ปัจจุบัน)
|
เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง
|
1 การซื้อเสียง
|
ซื้อเสียงผ่านหัวคะแนนและนักการเมืองท้องถิ่นและอิทธิพลของกำนันผู้ใหญ่บ้าน
เกิดการทุจริตถอนทุนและตุนเงินไว้รอซื้อเสียงเลือกตั้งรอบใหม่ เพราะหากชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล
มีอำนาจดูแลงบประมาณแผ่นดิน ทำให้การซื้อเสียงคุ้มค่าและกล้าเสี่ยง
นอกจากนี้การยกมือในสภาให้ผ่านมติแลกกับเงินก็เป็นการซื้อเสียงอย่างหนึ่ง
|
ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง
การซื้อเสียงให้เป็นนายกฯกระทำได้ยากหรือมิได้เลย ทำให้ไม่จูงใจให้ซื้อเสียง ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีอำนาจในการใช้งบประมาณโดยตรง
ทั้งนายกฯอาจเป็นผู้สมัครอิสระ หรือพรรคฝ่ายตรงข้ามกัน
ดังนั้นย่อมไม่จูงใจสมาชิกรัฐสภาให้ซื้อเสียงเข้ามา เพราะเสี่ยงไม่คุ้มทุน หากการเมืองระดับชาติดี
ย่อมบังคับให้ระดับท้องถิ่นต้องดีตามไปด้วย โดยอาจไม่ต้องปรับปรุงระบบในระดับท้องถิ่น
|
2 การทุจริตของนักการเมือง
|
การทุจริตมีสาเหตุหนึ่งจากการลงทุนซื้อเสียงแล้วต้องถอนทุน
ส่วนอีกสาเหตุนั้นเกิดจากความโลภของฝ่ายบริหาร และยิ่งเป็นรัฐบาลผสม ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมีอำนาจต่อรองมาก ทำให้นายกฯไม่อาจควบคุมการทุจริตของพรรคร่วมได้
|
การมีนายกฯมาจากการเลือกตั้งระดับประเทศ
ทำให้เป็นระบบที่ไม่ต้องการหัวคะแนน หรือนักการเมืองท้องถิ่นมาช่วยหาเสียง เพราะเป็นการเมืองระดับชาติ
นโยบายระดับชาติ ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัว ผู้สมัครนายกฯไม่ลงทุนหาเสียง
เพราะรัฐอุดหนุนค่าใช้จ่าย จึงไม่มีเหตุจูงใจให้ทุจริต
ทั้งนายกฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยเสรี โดยมาจากนักวิชาการอิสระก็ได้ ดังโบราณว่า “หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก”ทำให้การเมืองระดับท้องถิ่นก้าวหน้าตามไปด้วย
|
3 เสถียรภาพของรัฐบาล
|
รัฐบาลมีเสถียรภาพน้อย
ส่วนใหญ่ไม่อาจครองเสียงข้างมากในสภาได้ ได้รัฐบาลผสม พรรคร่วมรัฐบาลมีอำนาจมากในการต่อรองย้ายข้าง ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ
ควบคุมการทุจริตพรรคร่วมยากเพราะยอม นโยบายขาดความต่อเนื่อง แต่บางสมัยรัฐบาลอาจมีเสถียรภาพมาก
พรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา พรรคได้รับความนิยมมาก
ทำให้มติพรรคมีอำนาจมากเหนือความถูกต้องชอบธรรม
หรือเหนือเอกสิทธิ์การลงมติของผู้แทน ทำให้เกิดพวกมากลากไปได้ง่าย
|
การแต่งตั้งและให้พ้นตำแหน่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง
ไม่มีอำนาจต่อรองของพรรคการเมืองได้ เพราะนายกต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชน
ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ มิใช่การต่อรองตำแหน่งตามโควต้าของมุ้งในพรรคอย่างระบบรัฐสภา
ทำให้ชาติก้าวหน้า เจริญ รุ่งเรืองทัดเทียมอารยะประเทศในที่สุด
|
4 การทุจริตและซื้อซื้อตำแหน่งของข้าราชการ
|
ข้าราชการซื้อตำแหน่งจากหน่วยเหนือและนักการเมือง
และทำให้ต้องหาเงินจากสิ่งผิดกฎหมาย เรียกรับเงินโดยทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ ขรก.ระดับล่างหาเงินซื้อตำแหน่งจากหน่วยเหนือ
หน่วยเหนือซื้อตำแหน่งจากนักการเมือง
หรือยอมเป็นพวกอยู่ใต้อิทธิพลฝ่ายการเมืองแลกกับการโยกย้ายเลื่อนตำแหน่งแต่งตั้ง
เป็นวังวนความชั่วร้ายไม่สิ้นสุด
|
นายกฯมาจากผู้สมัครอิสระ
สังกัดพรรค หรือสายมหาวิทยาลัยก็ได้
ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ข้าราชการไม่อาจเลือกข้างพรรคใดได้
ทั้งนายกฯมาจากการเลือกตั้งระดับประเทศมาจากสายใดก็ได้
ทำให้ข้าราชการมีความมั่นใจว่าจะไม่ถูกกลั่นแกล้งโยกย้าย
ทั้งผู้แทนในสภาไม่มีอำนาจแบบระบบรัฐสภา(ที่อาจเป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล)ทำให้ผู้แทนไม่มีบทบาทต่อข้าราชการโดยตรง
ย่อมไม่เกิดการล้วงลูกให้วุ่นวาย
|
5.ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน
|
ระบบปัจจุบันมีองค์กรอิสระจำนวนมาก
และไม่มีเกณฑ์การรับคำร้องที่ดีพอ ทำให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ร้องขอให้ตีความหยุมหยิม
เฟ้อ และเลยเถิด
ทำให้บริราชการแผ่นดินล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ
ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
|
เพื่อให้นายกฯที่เป็นตัวแทนของมหาประชาชนได้ทำงานในตำแหน่งอย่างราบรื่น
อาจต้องยุบเลิกองค์กรอิสระที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เช่น ศาลปกครอง ศาลรธน. ปปช. กสม. ผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วให้สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด และมูลนิธิเอกชนทำหน้าที่แทนกสม.ตามลำดับ
เว้นแต่องค์กรอิสระปัจจุบัน ถูกเปลี่ยนแปลงที่มาของกรรมการ
และมีเกณฑ์การรับคำร้องที่ดี
จึงอาจให้มีองค์กรอิสระไว้ต่อไปได้
|
6.ความต่อเนื่องของนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจสังคม
|
เนื่องจากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ
มีอายุสั้น ต้องยุบสภา และลาออกบ่อย
เมื่อได้รัฐบาลใหม่
มีนโยบายอันใหม่มาแทนที่รัฐบาลเก่า
ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติสะดุด และไม่ต่อเนื่อง ผลที่ได้คือ
ทำให้ประเทศไทยล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก
|
นายกรัฐมนตรีมีโอกาสอยู่ในตำแหน่งครบวาระคือ
5-6 ปี ทำให้การผลักดันนโยบาย แผนงาน โครงการเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ทั้งผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่มีหน้าที่โดยตรงในฝ่ายบริหาร จึงไม่อาจก้าวก่ายการทำงานได้
ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมีรูปธรรมที่ชัดเจน เป็นสังคมที่ฝ่ายบริหารทำงานด้วยสติปัญญาและเหตุผลกว่าระบบปัจจุบันมาก
|
7.ปัญหาการถ่ายทอดสดการประชุมสภา
|
ปัจจุบันมีการถ่ายทอดสดประชุมสภา
โดยเฉพาะญัตติไม่ไว้วางใจ มีการประท้วง วาจาหยาบคาย กิริยาคุกคาม ขว้างปาสิ่งของ
เล่นเกมการเมืองจนเลยเถิด ทำให้ประชาชนเบื่อและเสื่อมศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย
เพราะนักการเมืองจ้องคอยแต่ทำลายฝ่ายตรงข้ามทุกรูปแบบ ใช้แต่สำนวนโวหาร
เสียดสีฝ่ายตรงข้าม มากกว่าการอภิปรายเนื้อหาสาระแบบทางวิชาการที่ประชาชนฟังแล้วได้ความรู้
|
การถ่ายทอดสดประชุมทั่วไปของสภา
เป็นการอภิปรายปัญหาเศรษฐกิจและสังคม มีเนื้อหาและบรรยากาศแบบทางวิชาการ ทำให้ประชาชนสนใจอยากติดตาม
ได้สาระความรู้ และตอบคำถามแบบสาระความรู้
เพราะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ
การถ่ายทอดสดทำให้ประชาชนศรัทธาระบอบการปกครองและมีความหวงแหนอยากปกป้องรักษา เกิดการเรียนรู้ทางการเมือง
เป็นการปิดทางมิให้เรียกหาอำนาจนอกระบบบอีกต่อไป
|
8.พลังเงียบ
|
กลุ่มจัดตั้งมีพลังอำนาจและเสียงดังกว่าพลังเงียบที่มีจำนวนมาก
เพราะระบบรัฐสภาบังคับให้สังกัดพรรค ทำให้ตัดสิทธิผู้สมัครอิสระ
|
พลังเงียบมีบทบาทมากขึ้น
ทั้งการสมัครรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกรัฐสภา
เพราะไม่บังคับให้ผู้สมัครสังกัดพรรค และการที่ประชาชนเสนอชื่อผู้สมัครอิสระได้เอง
ช่วยผู้สมัครหาเสียง หรือให้เงินบริจาค ทำให้พลังเงียบกลายเป็นยักษ์ที่ถูกปลุกให้ตื่น
|
9.ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย
|
ระบบปัจจุบัน
ทำให้นักการเมือง รัฐบาล หัวคะแนน นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ
การทุจริตและสิ่งผิดกฎหมายมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เพราะข้าราชการเกรงกลัวอำนาจอิทธิพลฝ่ายการเมือง
ขณะฝ่ายการเมืองพึ่งพาหัวคะแนนและนักการเมืองท้องถิ่นในการหาเสียง ทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายของหัวคะแนนทั้งหลายดำรงอยู่ได้
โดยข้าราชการไม่กล้าแตะต้อง แถมคอยคุ้มครองดูแล ทำให้กฎหมายไม่มีสภาพบังคับกับสมาชิกของเครือข่ายทางการเมือง
ทำให้เกิดสภาพบ้านเมืองไม่มีขื่อแปในที่สุด
|
นายกรัฐมนตรีอาจมาจากช่องทางใดใน
3 สาย อันยากพยากรณ์ทำให้การจับขั้วทางการเมืองมีพลวัตรที่ไม่แน่นอน
ยากแก่การผูกขาด ทั้งการหาเสียงเลือกตั้งมีเงินอุดหนุนทำให้ไม่ต้องพึ่งพาผู้แทน
นักการเมืองท้องถิ่นและหัวคะแนน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้จริง
เพราะไม่ต้องเกรงใจผู้แทน หรือหัวคะแนน ขณะเดียวกันรัฐมนตรีร่วมครม.นายกเสนอแต่งตั้งได้โดยอิสระมากกว่าโควต้าการต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลในระบบรัฐสภา
ทำให้นายกมีอำนาจต่อรองสูงคนร่วมครม.ได้สูง มีอำนาจและอิสระมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายเมื่อเปรียบเทียบกับระบบรัฐสภาของไทย
|